Advertisement
วันนี้ผมจะพาเข้าชมภายในบริเวณตลาดน้ำสี่ภาคโดยที่ การเข้าตลาดสี่ภาคนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ส่วนใหญ่จะหมดไปกับเรื่องกินซะส่วนใหญ่น่ะครับ เพราะว่าอาหารการกินที่นี่เค้ามีเยอะจริงๆ
สำหรับใครที่ขี้เกียจเดินเที่ยวก็สามารถนั่งเรือเที่ยวชมรอบๆ บริเวณตลาดน้ำได้นะครับ สำหรับค่าเรือก็อยู่ที่ 200 บาท สามารถนั่งได้ทั้งหมด 4-5 คนครับ ระยะเวลา 30 นาที ซึ่งภายใน 30 นาทีนี้เราจะได้เห็นบรรยากาศโดยรอบของตลาดน้ำแห่งนี้เลยครับ
ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาเกิดจากแนวความคิดที่ต้องการรวบรวม วัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิต สินค้า และ อาหาร ของคนไทยทั้งสี่ภาคมาไว้รวมกัน ณ ที่พัทยา เนื่องจากพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดี ถึงแม้ที่นี่จะเป็นตลาดน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ก็ถือว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างไร้ที่ติเลยทีเดียวครับ ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ถึง 23 ไร่ ทำเรามีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเดินเที่ยวอยู่ในตามหมู่บ้านที่อยู่ริม ลำคลองจริงๆ
บรรยากาศภายใน ตลาดน้ำสี่ภาค มีกลิ่นอายแบบไทย ๆ ให้ได้สัมผัส มีการจำลองบ้านเรือนไทยแบบโบราณของแต่ละภาคเรียงรายเอาไว้ตลอดสองข้างทาง มีชุมชนการค้าริมน้ำในอดีต โดยแม่ค้า พ่อขาย จะพายเรือไปตามแม่น้ำเพื่อขายสินค้า เราก็สามารถเรียกแม่ค้า พ่อค้า ที่พายเรือผ่านไปผ่านมา เพื่อซื้อหาสินค้าได้ ซึ่งมีทั้งของกิน ของที่ระลึก แต่ด้านบนบกยังมีร้านค้ากว่า 114 ร้าน มีทั้งอาหารของคาว หวาน และสินค้าฝีมือหัตถกรรมหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาค จัดจำหน่ายให้เลือกซื้อและรับประทาน
โดยสินค้าทั้ง 4 ภาค จะแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิตแต่ละภาค โดยภาคเหนือจะเป็นสินค้างานไม้แกะสลัก เครื่องเงิน ผ้าพื้นเมืองลวดลายงดงามวิจิตร ผ้าไหม และร่มกระดาษ สำหรับสินค้าภาคกลาง ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์หวาย เครื่องประดับ กระเป๋าสาน ภาคอีสานโดดเด่นในกลุ่มสินค้าผ้าไหมหมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา เทียนหอม หมอนอิง และภาคใต้สินค้าเลื่องชื่อได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผ้าบาติก เรือไม้จำลอง
ถ้าเดินไปอีกหน่อยก็จะเจอ พิพิธภัณฑ์หนึ่งสยาม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานฝีมือหัตถกรรม ไม้สักทองแกะสลักไว้มากมาย หรือจะไปย้อนรำลึกและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของทั้ง 4 ภาค ไม่ว่าจะเป็น การทำนาปลูกข้าว, การทอผ้าไหม, การทำขนมไทยโบราณ ที่แปลงเกษตรสาธิตและสมุนไพรไทย ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าอยากพักสายตาเราขอแนะนำให้ไปถ่ายรูปชมความสวยงามของทุ่งทานตะวันสีเหลืองอร่าม และทุ่งข้าวเขียวขจีทางด้านหลังโครงการ
ขณะเดียวกัน ถ้าเหน็ดเหนื่อยก็หาซื้อของกินเล่นมารอนั่งชมการแสดงต่าง ๆ ของแต่ละภาค เช่น ระบำเถิดเทิง รำต้นวรเชษฐ์ ฟ้อนสาวไหม เซิ้งกะโป๋ เป็นต้น รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวัน หรืออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นนั่งเรือชม “ตลาดน้ำสี่ภาค” บ้างก็สามารถทำได้ เพราะมีเรือพายไว้บริการ จะพายเองหรือให้เจ้าหน้าที่คอยพายให้ก็ตามสะดวก ราคาเพียงแค่ลำละ 200 บาทต่อ 1 ลำ นั่งได้ 3-4 ท่าน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ทั้งนี้ ตลาดน้ำสี่ภาค จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 24.00 น. แต่สำหรับวันเสาร์ – อาทิตย์ จะมีการแสดงของแต่ละภาควนไปตามซุ้มต่าง ๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวรับชม
รูปแบบของร้านค้าที่นี่ทั้งหมดถูกสร้างด้วยไม้ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดกว่า 100 หลังด้วยกัน รูปแบบของการก่อสร้างก็ทำเหมือนกับลักษณะบ้านในสมัยโบราณ ระหว่างที่เราเดินตามเส้นทาง ลัดเลาะไปตามร้านค้าต่างๆ จะพบเห็นแม่ค้าพายเรือขายของอยู่ตลอดเส้นทาง หากเราต้องการซื้อของกิน เราก็เรียกแม่ค้าที่พายเรืออยู่ให้มาเทียบท่าได้ตลอดเวลา หลังจากที่สั่งของกินเสร็จแล้ว เค้าจะจัดพื้นที่ไว้สำหรับรับประทานอาหารไว้ตามริมทางเดิน เป็นโต๊ะลักษณะแบบโต๊ะญี่ปุ่น นั่งกินกันแบบครอบครัว หรือ แบบกลุ่มเพื่อนฝูงก็ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ดีครับ หรือ จะไปเป็นคู่ก็โรแมนติกแบบแปลกๆ ไปอีกแบบ



